ระบบสิทธิกยึดดาวฤกษ์จริง นักษัตร 27 ดวง และดวงจันทร์เป็นหลัก
โหราศาสตร์อินเดีย (Jyotish = "ศาสตร์แห่งแสง") ใช้ระบบ "สิทธิก" (sidereal) ยึดตำแหน่งดาวฤกษ์จริงในท้องฟ้า ต่างจากระบบเขตร้อน (tropical) ของตะวันตกที่ยึดจุดวสันตวิษุวัต ความต่างคือ "อายนามสา" (ayanamsa) ประมาณ 24° ในปี 2026 — ดังนั้นคน ~ครึ่งหนึ่งจะอ่านราศีช้ากว่าราศีตะวันตก 1 ราศี และในระบบนี้ "ดวงจันทร์" คือดาวหลักแทนดวงอาทิตย์
เส้นทางจักรราศีถูกแบ่งเป็น 27 นักษัตร ดวงละ 13°20′ แต่ละดวงมีเทพประจำและความหมาย เช่น Jyeshtha (ผู้เฒ่า) = ปัญญา/ความรับผิดชอบ, Ashlesha (พญานาค) = ความฉลาดแฝง, Rohini (ดาวพฤหัสแดง) = ความงาม/ความเจริญ นักษัตรของดวงจันทร์ตอนเกิด (Janma Nakshatra) คือหัวใจของดวง เพราะเป็นตัวตั้งนับช่วงเวลา Dasha (Vimshottari = วงจร 120 ปี)
นวางก์ (D9) แบ่งแต่ละราศี 30° ออกเป็น 9 ส่วน ๆ ละ 3°20′ เรียกว่า "แผนที่ผลลึก" ใช้ดูคู่ชีวิต ธรรมะภายใน และศักยภาพที่ซ่อน ดาวที่อยู่ในราศีเดียวกันทั้งราศีหลัก (D1) และนวางก์ (D9) เรียกว่า "วาก็อตตมะ" (Vargottama) ถือว่าทรงพลังที่สุด
ดวงจันทร์ = จิตใจ/อารมณ์ สำคัญที่สุดในระบบอินเดีย · ดาวพฤหัสบดี (Guru) = ปัญญา/โชค/การขยาย/คู่ครอง · ดาวเสาร์ (Shani) = วินัย/กรรม/ความล่าช้า (ช่วง "สาเทสตี" Sade Sati 7.5 ปีเมื่อเสาร์ผ่านนักษัตรจันทร์ เป็นช่วงที่คนกลัว) ดาวอังคาร = ความกล้า โพธ (Mercury) = ปัญญา ศุกร์ (Venus) = ความรัก/ศิลปะ
ราหู (North Node) กับเกตุ (South Node) คือ "ดาวเงา" (จุดตัดของวงโคจรจันทร์กับสุริยวิถี ไม่ใช่ดาวจริง) อยู่ตรงข้ามกันเสมอ ราหู = ความทะเยอทะยาน/สิ่งแปลกใหม่/มายา (Maya) เกตุ = การปล่อยวาง/มรรคา/กรรมเก่า ดาวทั้งคู่ชี้ธีมชีวิตที่ต้อง "เดินเข้าไปหา" (ราหู) และ "ปล่อยวางจาก" (เกตุ)
Q: ทำไมดวงอินเดียกับตะวันตกคนละราศี?
A: เพราะระบบราศีต่างกัน: ตะวันตกใช้เขตร้อน (tropical) ยึดจุดวิษุวัต อินเดียใช้สิทธิก (sidereal) ยึดดาวฤกษ์จริง ห่างกัน ~24° (ayanamsa) จึงอ่านช้ากว่า 1 ราศีสำหรับหลายคน
Q: นวางก์สำคัญแค่ไหน?
A: สำคัญมากในโหราศาสตร์อินเดีย ใช้ดูคู่ชีวิตและศักยภาพลึก ดาวที่ "วาก็อตตมะ" (ราศีเดียวกันทั้งสองแผนที่) ถือว่าพลังเต็ม ไม่ถูกบดบัง